วันอังคารที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

กิจกรรมที่ 2 โครงงานคอมพิวเตอร์

โครงงานคอมพิวเตอร์



ความหมายของโครงงานคอมพิวเตอร์

โครงงานคอมพิวเตอร์  หมายถึง  กิจกรรมการเรียนที่นักเรียนมีอิสระในการเลือกศึกษาปัญหาที่ตนเองสนใจ โดยจะต้องวางแผนการดำเนินงาน ศึกษา พัฒนาโปรแกรม โดยใช้ความรู้ทางกระบวนการวิศวกรรมซอฟต์แวร์  เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง  ตลอดจนทักษะพื้นฐานในการพัฒนาโครงงาน  เรื่องที่นักเรียนสนใจและคิดจะทำโครงงาน  ซึ่งอาจมีผู้ศึกษามาก่อน  หรือเป็นเรื่องที่นักพัฒนาโปรแกรมได้เคยค้นคว้าและพัฒนาแล้ว  นักเรียนสามารถทำโครงงานเรื่องดังกล่าวได้  แต่ต้องคิดดัดแปลงแนวทางในการศึกษา  การวิเคราะห์ข้อมูล  การพัฒนาโปรแกรม  หรือศึกษาเพิ่มเติมจากผลงานเดิมที่มีผู้รายงานไว้  จุดมุ่งหมายสำคัญของการทำโครงงานเป็นการเปิดโอกาสให้นักเรียนได้รับประสบการณ์ตรงในการใช้ระบบคอมพิวเตอร์แก้ปัญหา  ประดิษฐ์คิดค้น หรือค้นคว้าหาความรู้ต่างๆ ใช้คอมพิวเตอร์ในการพัฒนาสื่อการเรียนรู้เพื่อการศึกษา  ประดิษฐ์ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ หรืออุปกรณ์ใช้สอยต่างๆ พัฒนาโปรแกรมประยุกต์ต่างๆ ตลอดจนการพัฒนาเกมคอมพิวเตอร์  เพื่อฝึกให้นักเรียนเป็นบุคคลที่ใฝ่เรียนใฝ่รู้ การพัฒนาความคิดใหม่ๆ ความมีคุณธรรมจริยธรรม  เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่  ให้กับเพื่อนมนุษย์  และอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข

ความสำคัญของโครงงานคอมพิวเตอร์


โครงงานคอมพิวเตอร์ คือ ผลงานที่ได้จากการศึกษาค้นคว้าตามความสนใจ ความถนัดและความสามารถของผู้เรียน โดยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ โครงงานจึงเป็นกิจกรรมการเรียนรู้ที่มีการเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยผู้เรียนจะหาหัวข้อโครงงานที่ตนเองสนใจ รวมทั้งเชื่อมโยงความรู้ต่าง ๆ และความรู้ด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อสร้างผลงานตามความต้องการได้อย่างเหมาะสม โดยมีครูเป็นที่ปรึกษาและให้คำแนะนำความสามารถที่เกิดจากการทำโครงงานคอมพิวเตอร์โครงงาน

คอมพิวเตอร์เป็นกิจกรรมการเรียนรู้ที่ทำให้ผู้เรียนเกิดความสามารถในด้านต่าง ๆ ที่สำคัญ 5 ประการดังนี้
        
1. ความสามารถในการสื่อสาร เป็นความสามารถที่เกิดจากการที่นักเรียนเป็นผู้ทำโครงงานต้องนำเสนอผลงานให้ ครูและเพื่อนนักเรียนให้เข้าใจโครงงานคอมพิวเตอร์ได้อย่างชัดเจน ดังนั้น ผู้ทำโครงงานต้องสื่อสารความคิดในการสร้างสรรค์โครงงานด้วยการเขียน หรือด้วยปากเปล่า รวมทั้งเลือกใช้รูปแบบของสื่ออย่างมีประสิทธิภาพเพื่อนำเสนอแนวคิดในการจัด โครงงานให้ผู้อื่นได้เข้าใจ
        
2. ความสามารถในการคิด ซึ่งผู้เรียนจะมีการคิดในลักษณะต่าง ๆ ดังนี้
            2.1) การคิดวิเคราะห์ เกิดจากการที่ผู้เรียนต้องวิเคราะห์ปัญหาและแยกแยะสาเหตุว่าเกิดเนื่องจากอะไร
            2.2) การคิดสังเคราะห์ เกิดจากการที่ผู้เรียนต้องนำความรู้ต่าง ๆ ที่เรียนมา รวมทั้งความรู้จากการค้นหาข้อมูล เพื่อใช้ในการแก้ปัญหาหรือการสร้างสรรค์โครงงาน
            2.3) การคิดอย่างสร้างสรรค์ เกิดจากการที่ผู้เรียนนำความรู้มาสร้างสรรค์ผลงานใหม่ ๆ
            2.4) การคิดอย่างมีวิจารณญาณ เกิดจากการที่ผู้เรียนได้มีการคิดไตร่ตรองว่าควรทำโครงงานใดและไม่ควรทำโครงงานใด เนื่องจากโครงงานที่สร้างขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อสังคมโดยรวม เช่น โครงงานระบบคำนวณเลขหวย สำหรับหาเลขที่คาดว่าสลากกินแบ่งรัฐบาลจะออกในแต่ละงวด อาจส่งผลกระทบต่อสังคมทำให้คนในสังคมเกิดความหมกมุ่นในกับการใช้เงินเล่นหวยมากขึ้น
            2.5) การคิดอย่างเป็นระบบ เกิดจากการที่ผู้เรียนคิดแก้ปัญหาอย่างเป็นขั้นตอน โดยใช้ขั้นตอนในการพัฒนาโครงงาน คือ ผู้เรียนเป็นผู้วางแผนในการศึกษา ค้นคว้า เก็บรวบรวมข้อมูล พัฒนา หรือประดิษฐ์คิดค้นผลงาน รวมทั้งการสรุปผลและการน าเสนอผลการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง โดยมีผู้สอนและ
ผู้ทรงคุณวุฒิเป็นผู้ให้คำปรึกษา
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา เกิดจากการที่ผู้เรียนวิเคราะห์ปัญหา เข้าใจ และอธิบายปัญหาทางด้านคอมพิวเตอร์ รวมทั้งประยุกต์ความรู้ ทักษะ และการใช้เครื่องมือที่เหมาะสมกับการแก้ไขปัญหา
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
5. เกิดจากการที่ผู้เรียนได้น าความรู้และกระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ในการพัฒนาโครงงาน และนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวันได้อย่างเหมาะสม รวมถึงการพัฒนาโครงงาน ก่อให้เกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง อันน าไปสู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต
6. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เกิดจากการที่ผู้เรียนสามารถเลือกใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ในการแก้ปัญหาได้อย่างถูกต้องเหมาะสมและมีคุณธรรม


ประโยชน์ของโครงงานคอมพิวเตอร์

1)  ได้พัฒนาผลงานตามความรู้  ความสนใจ  และศักยภาพของตนเอง  ซึ่งตอบสนองการจัดการเรียนการสอนแบบเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ  คือ  โครงงานคอมพิวเตอร์จะเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติได้เลือกหัวข้อที่สนใจเพื่อมาพัฒนาด้วยตนเอง
              
2)  ได้ประยุกต์ใช้ความรู้ด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศในการแก้ปัญหาได้อย่างเป็นระบบ  กล่าวคือ  โครงงานคอมพิวเตอร์มีขั้นตอนในการพัฒนาผลงานที่ผู้ปฏิบัติเป็นผู้วางแผนในการศึกษา  ค้นคว้า  เก็บรวบรวมข้อมูล  พัฒนาหรือประดิษฐ์คิดค้นผลงาน  รวมทั้งสรุปและนำเสนอผลการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง  โดยมีผู้สอนและผู้ทรงคุณวุฒิเป็นผู้ให้คำปรึกษา
                
3)  สามารถวิเคราะห์ปัญหา  เข้าใจและอธิบายความต้องการทางคอมพิวเตอร์  รวมทั้งประยุกต์ความรู้  ทักษะ  และการใช้เครื่องมือที่เหมาะสมกับการแก้ไขปัญหาได้
             
4)  ได้ฝึกทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่น  รวมถึงมีความสามารถในการบริหารจัดการและทำงานเป็นหมู่คณะ  คือ  โครงงานคอมพิวเตอร์เปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติทำโครงงานเป็นกลุ่ม  ทั้งยังมีการปรึกษาผู้อื่นตลอดเวลา
                
5)  ได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ในทางสร้างสรรค์  คือ  ผู้ปฏิบัติต้องศึกษาและแสวงหาความรู้เพิ่มเติมเพื่อการพัฒนาโครงงานที่มีคุณภาพ
                
6)  สามารถสื่อสารความคิดได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งวิธีการพูดและการเขียน  รวมทั้งเลือกใช้รูปแบบของสื่อการนำเสนอให้ผู้อื่นเข้าใจได้อย่างเหมาะสม  คือ  ผู้ปฏิบัติต้องมีการนำเสนอผลงานให้ครู  ผู้เชี่ยวชาญหรือผู้สนใจเข้าใจโครงงานคอมพิวเตอร์ได้อย่างชัดเจน
                
7)  ทำให้เกิดจิตสำนึกและความรับผิดชอบในการพัฒนาระบบ  เนื่องจากผู้ปฏิบัติจะต้องมีการวิเคราะห์ผลกระทบของผลงานที่พัฒนาขึ้น  ดังนั้นผู้จัดทำจะต้องตระหนักและออกแบบโครงงานที่ไม่ก่อให้เกิดปัญหากับบุคคลอื่นและสังคม


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี : กลไก ขับเคลื่อนอิสราเอล

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี : กลไก ขับเคลื่อนอิสราเอล ดูได้ที่ :  http://www.moe.go.th/moe/upload/news_research/FileUpload/30976-3020.pdf